เคยมีปัญหากับแผนกกราฟฟิคของโรงพิมพ์กันบ้างไหมคะ? ส่งไฟล์งานให้ก็แล้ว ส่งรูปให้ก็แล้ว ส่งฟอนต์ให้ก็แล้ว ทำไมยังไม่จบสักที ทั้งๆที่อุตส่าห์เตรียมไฟล์ไว้ให้พร้อมพิมพ์เรียบร้อยแล้วแท้ๆ ทำไมมันมีอะไรจุ๊บจิ๊บเยอะแยะจัง

วันนี้เราจะมาย่อยปัญหาที่โรงพิมพ์ต้องพบเจอบ่อยๆให้เข้าใจได้ง่ายๆกัน เอาแบบอ่านจบแล้วรู้หลักการและสามารถส่งไฟล์งานให้โรงพิมพ์รอบเดียวจบแบบเชิดๆไปเลยทีเดียว
ปัญหาที่ 1 : ประเภทไฟล์งาน
ไฟล์งานที่โรงพิมพ์ชอบแบบสุดๆไปเลย คือไฟล์ .ai รองลงมาก็คือ .pdf ค่ะ เนื่องจากเป็นไฟล์ที่สามารถปรับแก้ได้ ค่ะ สมมติว่างานมีแก้เล็กๆน้อยอย่างเช่น ขยับเส้นให้ตรงกับเส้นอื่นๆ ทางกราฟฟิคโรงพิมพ์ก็สามารถแก้ไขให้ได้เลยทันที ไม่ต้องส่งงานกลับไปให้ Designer แก้อีก
ส่วนไฟล์อื่นๆ ที่ลูกค้าส่งมา อย่างเช่น word หรือ excel ทางกราฟฟิคโรงพิมพ์ก็จะมีน้ำตาไหลออกมาเบาๆ เพราะไม่สามารถนำไปใช้เพื่อออกเพลทและพิมพ์ได้โดยตรง แต่ถ้าตัวงานไม่ซับซ้อนเกินไป อย่างเช่นงานบิลที่เป็นตารางๆ กราฟฟิคโรงพิมพ์ก็จะสร้างงานใหม่ให้อยู่ใน illustrator ค่ะ โดยจะอิงตัวอย่างจากไฟล์ที่ส่งมาให้ค่ะ
ปัญหาที่ 2 : ฟอนต์หาย หายไปไหน!
เมื่อได้ไฟล์ที่โรงพิมพ์ต้องการมาแล้วปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะว่าตัวปัญหามันอาจจะอยู่ในเนื้องานที่ Designer ออกแบบมานี่แหละ เริ่มกันที่เรื่องของฟอนต์ ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ว่าฟอนต์บนโลกนี้มันมีเยอะมากก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าโรงพิมพ์เปิดไฟล์Artwork ที่ตัวฟอนต์ไม่ตรงกันกับที่มีอยู่ในเครื่อง ความบ้งก็จะบังเกิด ฟอนต์ก็จะผิดเพี้ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โปรแกรมก็จะแจ้ง error สร้างงานให้กราฟฟิคโรงพิมพ์ไปตามหาฟอนต์จากลูกค้ามาให้ได้
ทีนี้ทำไงไม่ให้ฟอนต์หาย มีอยู่ 2 วิธีง่ายๆ
วิธีที่ 1 Create Outline – วิธีนี้เป็นที่นิยมและสะดวกที่สุดสำหรับ Designer มันคือการแปลงตัวพิมพ์ให้กลายเป็น vector หรือเอาง่ายๆให้กลายเป็น object แทนที่จะเป็นตัวพิมพ์

แน่นอนว่าพอทำการ create outline แล้วการแก้ไขตัวหนังสือจะค่อนข้างลำบากหน่อย และคนแก้ต้องเป็นเจ้าของไฟล์หรือตัว Designer ที่ออกแบบงานเท่านั้น ฉะนั้น.. ก่อนจะทำการ create outline เนี่ย ขอให้ท่านมั่นใจว่าไฟล์งานนี้คือ final แบบ final สุดท้ายแล้วจริงๆ
ถ้างาน final ไม่จริงก็จะเป็นอารมณ์ประมาณภาพด้านล่าง 😅

หากใครยังไม่แน่ใจว่าการ create outline ทำยังไง ให้ลองไปค้นหาใน Google ว่า “วิธี Create outline ใน illustrator” ทำง่ายมาก ตอนทำไม่ซับซ้อนแต่ซับซ้อนตอนแก้แค่นั้นแหละ
วิธีที่ 2 ส่งฟอนต์ที่ใช้ให้โรงพิมพ์ไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด – ถ้าจะมาวิธีนี้ต้องส่งฟอนต์ที่ใช้ในงานมาให้ครบทุกตัวด้วยนะ มีฟอนต์พิเศษ 3 ตัวส่งมาให้แค่ 1 ตัวก็บ้งนะจ๊ะ วิธีนี้จะง่ายกับโรงพิมพ์หน่อยถ้าอยากให้ช่วยแก้คำ แก้อะไรต่างๆที่เกี่ยวกับตัวหนังสือ แต่ปัญหาที่อาจจะตามมาก็คือโรงพิมพ์แก้ให้แต่มันผิดหรือไม่ตรงใจคนออกแบบ ฉะนั้นก็ต้องช่วยกันตรวจทานหน่อยนะจ๊ะ
ปัญหาที่ 3 : รูปหาย! คัยเปงคงทัม?
ความเด๋อจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดไฟล์ ai ที่ส่งมาแล้วหน้ามันโล่งๆ เหมือนมีรูปหายไป หรือพูดง่ายๆคือโปรแกรมมันหารูปที่แปะมาในงานไม่เจอ เพราะว่าตัวรูปมันไม่ได้โดนฝังมาในตัว artwork ด้วย โปรแกรมมันก็จะโชว์ error บอกให้รู้ว่ามีรูปหายนะ จะเอารูปอะไรมาแทนดีมั้ยนะ? กราฟฟิคโรงพิมพ์งานเข้าเพิ่มแล้วหนึ่งเพราะต้องไปถวงถามไฟล์รูปจากคนออกแบบงานอีก
วิธีแก้แบบง่ายสุดไวสุด คือตอนเซฟงานเป็น ai อย่าลืม ติ๊ก Option ที่บอกว่า “Include Linked Files” แค่นั้นเลย

ใครอยากดูวิธีฝังรูปที่ละเอียดละออกว่านี้สามารถเข้าไปตามอ่านได้ที่นี่เลย https://www.grappik.com/embed-imges-on-adobe-illustrator
ปัญหาที่ 4 : พี่คะทำไมสีมันไม่สดเหมือนในคอมอะ?
ในจอสีสดสวยเลย แต่พอเห็นงานที่พิมพ์ให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนพิมพ์จริงแล้วงงว่าทำไมสีมันซีดแบบนี้นะ จริงๆแล้วมีหลายปัจจัย แต่ต้นตอของปัญหานี้ที่เจอบ่อยๆเลยก็คือทำงานมาเป็น RGB แทนที่จะเป็น CMYK
ขออธิบาย RGB และ CMYK แบบง่ายๆไวๆเผื่อมือใหม่มาอ่าน
- RGB คือสีของแสง มีแม่สี 3 สี เมื่อ 3 สีนี้รวมกันจะกลายเป็นสีขาว.. มักใช้กับงานที่เป็น Digital เป็นหลัก อย่างเช่น งาน Web Design, Animations หรืองาน UI ต่างๆที่แสดงผลในหน้าจอคอมเป็นหลัก พอสีที่เป็น RGB ถูกแปลงให้เป็น CMYK สีก็มักจะผิดเพี้ยนไป
- CMYK คือสีของสาร มีแม่สี 4 สี มี 4 สีนี้รวมกันจะกลายเป็นสีดำ.. โหมดสีนี้แหละที่ใช้กับงานพิมพ์ จะเป็นสีที่สมจริง สีจะตุ่นๆไม่ฉูดฉาดเมื่อเทียบกับ RGB แต่ก็ให้ความสบายตาและความคมชัดบนเนื้อกระดาษได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นเพื่อความชัวร์ว่าสีจะไม่เพี้ยน ทุกครั้งตอนเริ่มงานใน illustrator อย่าลืมเช็ค Color Mode ให้เป็น CMYK Color เสมอนะ

หรือใครจำไม่ได้ว่าเลือก Color Mode อะไรไปก็สามารถไปเช็คและแก้ไขได้ที่ 👉 File > Document Color Mode > CMYK Color

แค่นี้บนหน้าจอเราก็จะแสดงสีของตัวงานและรูปภาพต่างๆได้ใกล้เคียงกับสีที่จะพิมพ์ออกมาจริงๆแล้วละ!
โบนัส! ใครอ่านมาถึงตรงนี้เรามีเคล็ดลับมือโปรมาบอก
เคยได้ยินคำว่า ดำ 4 เม็ดไหมคะ? มันคือสีดำที่มีมากกว่าสีดำ ดำแบบ ดำเกินความจำเป็นไปมาก มากแบบเฮ้ย ไม่ต้องดำขนาดนี้ก็ได้
(C: สีฟ้า / M: สีบานเย็น / Y: สีเหลือง / K: สีดำ)

ในกรณีที่เป็นตัวหนังสือดำบนพื้นขาว – การที่ใช้สีดำที่ผสมไปด้วยสีอื่นๆมันจะส่งผลกับงานพิมพ์ ทำให้มันกลายเป็นสีดำที่บวมและเบลอ เนื่องจากมันไม่มีแค่สีดำอย่างเดียว เม็ดสีอื่นๆที่แฝงอยู่ในนั้นมันอาจจะปลิ้นออกมาทำให้งานดูไม่เรียบร้อย ฉะนั้น ทุกครั้งที่เลือกใช้สีดำ กับตัวอักษรต่างๆ ให้เลือกเป็น K: 100% เสมอนะคะ สีที่เหลือปรับให้เป็น 0% ไปเลย
เพราะถ้าสีดำบนตัวหนังสือมา 4 เม็ด กราฟฟิคโรงพิมพ์ก็จะต้องมานั่งเปลี่ยนให้กลายเป็น ดำ 100% อยู่ดีค่ะ
เอ้าแต่ว่าพอใช้ K: 100% แล้วมันออกเทาเข้มๆ ไม่ดำปี๋อะ ก็มีวิธีทำให้มันดำได้อยู่ค่ะ ก็คือ K: 100% กับ C: 40% สีอื่นเป็น 0% – เคสนี้จะใช้เมื่อตัวหนังสือสีดำมีขนาดใหญ่ และ/หรือ อยู่บนพื้นหลังที่เป็นสีใดๆที่ไม่ใช่สีขาวค่ะ

สรุป :
- ไฟล์ .ai และ .pdf อีสเดอะเบสฟอโรงพิมพ์
- อย่าลืม Create Outline ก่อนส่งไฟล์ Artwork ให้โรงพิมพ์ทุกครั้ง หรือจะส่งฟอนต์ทั้งหมด (ย้ำว่าทั้งหมดที่มีอยู่ในงาน) มาให้เค้าก็ได้
- ตอนเซฟงานส่งให้โรงพิมพ์อย่าลืมติ๊ก “Include Linked Files” เพื่อฝังรูปมาให้ด้วยนะ หรือไม่ก็ส่งไฟล์รูปมาให้ด้วยเลยอะ
- โหมดสีต้องเป็น CMYK นะ RGB ไม่เอาเดี๋ยวสีเพี้ยน
- สีดำ เอาดำ 100% นะ ไม่เอาดำที่มี 4 สีนะ
ใครจัดการไฟล์งานได้ตามนี้ กราฟฟิคโรงพิมพ์เปิดไฟล์มาร้องว้าวเลยนะ พร้อมปรบมือปาดน้ำตาด้วยความปลื้มปริ่ม เพราะสามารถลดเวลาและขั้นตอนที่ต้องส่งไฟล์งานกลับไปแก้ไปๆมาๆไปได้เยอะเลย รับรองงานเดินไวขึ้นแน่นอน ลองดูนะคะ