4 ปัญหาที่กราฟฟิคโรงพิมพ์เจอบ่อยๆ และวิธีเตรียมไฟล์งานพิมพ์ยังไงให้ไม่บ้ง

เคยมีปัญหากับแผนกกราฟฟิคของโรงพิมพ์กันบ้างไหมคะ? ส่งไฟล์งานให้ก็แล้ว ส่งรูปให้ก็แล้ว ส่งฟอนต์ให้ก็แล้ว ทำไมยังไม่จบสักที ทั้งๆที่อุตส่าห์เตรียมไฟล์ไว้ให้พร้อมพิมพ์เรียบร้อยแล้วแท้ๆ ทำไมมันมีอะไรจุ๊บจิ๊บเยอะแยะจัง

วันนี้เราจะมาย่อยปัญหาที่โรงพิมพ์ต้องพบเจอบ่อยๆให้เข้าใจได้ง่ายๆกัน เอาแบบอ่านจบแล้วรู้หลักการและสามารถส่งไฟล์งานให้โรงพิมพ์รอบเดียวจบแบบเชิดๆไปเลยทีเดียว

ปัญหาที่ 1 : ประเภทไฟล์งาน

ไฟล์งานที่โรงพิมพ์ชอบแบบสุดๆไปเลย คือไฟล์ .ai รองลงมาก็คือ .pdf ค่ะ เนื่องจากเป็นไฟล์ที่สามารถปรับแก้ได้ ค่ะ สมมติว่างานมีแก้เล็กๆน้อยอย่างเช่น ขยับเส้นให้ตรงกับเส้นอื่นๆ ทางกราฟฟิคโรงพิมพ์ก็สามารถแก้ไขให้ได้เลยทันที ไม่ต้องส่งงานกลับไปให้ Designer แก้อีก

ส่วนไฟล์อื่นๆ ที่ลูกค้าส่งมา อย่างเช่น word หรือ excel ทางกราฟฟิคโรงพิมพ์ก็จะมีน้ำตาไหลออกมาเบาๆ เพราะไม่สามารถนำไปใช้เพื่อออกเพลทและพิมพ์ได้โดยตรง แต่ถ้าตัวงานไม่ซับซ้อนเกินไป อย่างเช่นงานบิลที่เป็นตารางๆ กราฟฟิคโรงพิมพ์ก็จะสร้างงานใหม่ให้อยู่ใน illustrator ค่ะ โดยจะอิงตัวอย่างจากไฟล์ที่ส่งมาให้ค่ะ

ปัญหาที่ 2 : ฟอนต์หาย หายไปไหน!

เมื่อได้ไฟล์ที่โรงพิมพ์ต้องการมาแล้วปัญหาก็ยังไม่จบ เพราะว่าตัวปัญหามันอาจจะอยู่ในเนื้องานที่ Designer ออกแบบมานี่แหละ เริ่มกันที่เรื่องของฟอนต์ ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ว่าฟอนต์บนโลกนี้มันมีเยอะมากก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าโรงพิมพ์เปิดไฟล์Artwork ที่ตัวฟอนต์ไม่ตรงกันกับที่มีอยู่ในเครื่อง ความบ้งก็จะบังเกิด ฟอนต์ก็จะผิดเพี้ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โปรแกรมก็จะแจ้ง error สร้างงานให้กราฟฟิคโรงพิมพ์ไปตามหาฟอนต์จากลูกค้ามาให้ได้

ทีนี้ทำไงไม่ให้ฟอนต์หาย มีอยู่ 2 วิธีง่ายๆ

วิธีที่ 1 Create Outline – วิธีนี้เป็นที่นิยมและสะดวกที่สุดสำหรับ Designer มันคือการแปลงตัวพิมพ์ให้กลายเป็น vector หรือเอาง่ายๆให้กลายเป็น object แทนที่จะเป็นตัวพิมพ์

แน่นอนว่าพอทำการ create outline แล้วการแก้ไขตัวหนังสือจะค่อนข้างลำบากหน่อย และคนแก้ต้องเป็นเจ้าของไฟล์หรือตัว Designer ที่ออกแบบงานเท่านั้น ฉะนั้น.. ก่อนจะทำการ create outline เนี่ย ขอให้ท่านมั่นใจว่าไฟล์งานนี้คือ final แบบ final สุดท้ายแล้วจริงๆ

ถ้างาน final ไม่จริงก็จะเป็นอารมณ์ประมาณภาพด้านล่าง 😅

หากใครยังไม่แน่ใจว่าการ create outline ทำยังไง ให้ลองไปค้นหาใน Google ว่า “วิธี Create outline ใน illustrator” ทำง่ายมาก ตอนทำไม่ซับซ้อนแต่ซับซ้อนตอนแก้แค่นั้นแหละ

วิธีที่ 2 ส่งฟอนต์ที่ใช้ให้โรงพิมพ์ไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด – ถ้าจะมาวิธีนี้ต้องส่งฟอนต์ที่ใช้ในงานมาให้ครบทุกตัวด้วยนะ มีฟอนต์พิเศษ 3 ตัวส่งมาให้แค่ 1 ตัวก็บ้งนะจ๊ะ วิธีนี้จะง่ายกับโรงพิมพ์หน่อยถ้าอยากให้ช่วยแก้คำ แก้อะไรต่างๆที่เกี่ยวกับตัวหนังสือ แต่ปัญหาที่อาจจะตามมาก็คือโรงพิมพ์แก้ให้แต่มันผิดหรือไม่ตรงใจคนออกแบบ ฉะนั้นก็ต้องช่วยกันตรวจทานหน่อยนะจ๊ะ

ปัญหาที่ 3 : รูปหาย! คัยเปงคงทัม?

ความเด๋อจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดไฟล์ ai ที่ส่งมาแล้วหน้ามันโล่งๆ เหมือนมีรูปหายไป หรือพูดง่ายๆคือโปรแกรมมันหารูปที่แปะมาในงานไม่เจอ เพราะว่าตัวรูปมันไม่ได้โดนฝังมาในตัว artwork ด้วย โปรแกรมมันก็จะโชว์ error บอกให้รู้ว่ามีรูปหายนะ จะเอารูปอะไรมาแทนดีมั้ยนะ? กราฟฟิคโรงพิมพ์งานเข้าเพิ่มแล้วหนึ่งเพราะต้องไปถวงถามไฟล์รูปจากคนออกแบบงานอีก

วิธีแก้แบบง่ายสุดไวสุด คือตอนเซฟงานเป็น ai อย่าลืม ติ๊ก Option ที่บอกว่า “Include Linked Files” แค่นั้นเลย

ใครอยากดูวิธีฝังรูปที่ละเอียดละออกว่านี้สามารถเข้าไปตามอ่านได้ที่นี่เลย https://www.grappik.com/embed-imges-on-adobe-illustrator

ปัญหาที่ 4 : พี่คะทำไมสีมันไม่สดเหมือนในคอมอะ?

ในจอสีสดสวยเลย แต่พอเห็นงานที่พิมพ์ให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนพิมพ์จริงแล้วงงว่าทำไมสีมันซีดแบบนี้นะ จริงๆแล้วมีหลายปัจจัย แต่ต้นตอของปัญหานี้ที่เจอบ่อยๆเลยก็คือทำงานมาเป็น RGB แทนที่จะเป็น CMYK

ขออธิบาย RGB และ CMYK แบบง่ายๆไวๆเผื่อมือใหม่มาอ่าน

  • RGB คือสีของแสง มีแม่สี 3 สี เมื่อ 3 สีนี้รวมกันจะกลายเป็นสีขาว.. มักใช้กับงานที่เป็น Digital เป็นหลัก อย่างเช่น งาน Web Design, Animations หรืองาน UI ต่างๆที่แสดงผลในหน้าจอคอมเป็นหลัก พอสีที่เป็น RGB ถูกแปลงให้เป็น CMYK สีก็มักจะผิดเพี้ยนไป
  • CMYK คือสีของสาร มีแม่สี 4 สี มี 4 สีนี้รวมกันจะกลายเป็นสีดำ.. โหมดสีนี้แหละที่ใช้กับงานพิมพ์ จะเป็นสีที่สมจริง สีจะตุ่นๆไม่ฉูดฉาดเมื่อเทียบกับ RGB แต่ก็ให้ความสบายตาและความคมชัดบนเนื้อกระดาษได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นเพื่อความชัวร์ว่าสีจะไม่เพี้ยน ทุกครั้งตอนเริ่มงานใน illustrator อย่าลืมเช็ค Color Mode ให้เป็น CMYK Color เสมอนะ

หรือใครจำไม่ได้ว่าเลือก Color Mode อะไรไปก็สามารถไปเช็คและแก้ไขได้ที่ 👉 File > Document Color Mode > CMYK Color

แค่นี้บนหน้าจอเราก็จะแสดงสีของตัวงานและรูปภาพต่างๆได้ใกล้เคียงกับสีที่จะพิมพ์ออกมาจริงๆแล้วละ!

โบนัส! ใครอ่านมาถึงตรงนี้เรามีเคล็ดลับมือโปรมาบอก

เคยได้ยินคำว่า ดำ 4 เม็ดไหมคะ? มันคือสีดำที่มีมากกว่าสีดำ ดำแบบ ดำเกินความจำเป็นไปมาก มากแบบเฮ้ย ไม่ต้องดำขนาดนี้ก็ได้
(C: สีฟ้า / M: สีบานเย็น / Y: สีเหลือง / K: สีดำ)

ในกรณีที่เป็นตัวหนังสือดำบนพื้นขาว – การที่ใช้สีดำที่ผสมไปด้วยสีอื่นๆมันจะส่งผลกับงานพิมพ์ ทำให้มันกลายเป็นสีดำที่บวมและเบลอ เนื่องจากมันไม่มีแค่สีดำอย่างเดียว เม็ดสีอื่นๆที่แฝงอยู่ในนั้นมันอาจจะปลิ้นออกมาทำให้งานดูไม่เรียบร้อย ฉะนั้น ทุกครั้งที่เลือกใช้สีดำ กับตัวอักษรต่างๆ ให้เลือกเป็น K: 100% เสมอนะคะ สีที่เหลือปรับให้เป็น 0% ไปเลย

เพราะถ้าสีดำบนตัวหนังสือมา 4 เม็ด กราฟฟิคโรงพิมพ์ก็จะต้องมานั่งเปลี่ยนให้กลายเป็น ดำ 100% อยู่ดีค่ะ

เอ้าแต่ว่าพอใช้ K: 100% แล้วมันออกเทาเข้มๆ ไม่ดำปี๋อะ ก็มีวิธีทำให้มันดำได้อยู่ค่ะ ก็คือ K: 100% กับ C: 40% สีอื่นเป็น 0% – เคสนี้จะใช้เมื่อตัวหนังสือสีดำมีขนาดใหญ่ และ/หรือ อยู่บนพื้นหลังที่เป็นสีใดๆที่ไม่ใช่สีขาวค่ะ

สรุป :

  1. ไฟล์ .ai และ .pdf อีสเดอะเบสฟอโรงพิมพ์
  2. อย่าลืม Create Outline ก่อนส่งไฟล์ Artwork ให้โรงพิมพ์ทุกครั้ง หรือจะส่งฟอนต์ทั้งหมด (ย้ำว่าทั้งหมดที่มีอยู่ในงาน) มาให้เค้าก็ได้
  3. ตอนเซฟงานส่งให้โรงพิมพ์อย่าลืมติ๊ก “Include Linked Files” เพื่อฝังรูปมาให้ด้วยนะ หรือไม่ก็ส่งไฟล์รูปมาให้ด้วยเลยอะ
  4. โหมดสีต้องเป็น CMYK นะ RGB ไม่เอาเดี๋ยวสีเพี้ยน
  5. สีดำ เอาดำ 100% นะ ไม่เอาดำที่มี 4 สีนะ

ใครจัดการไฟล์งานได้ตามนี้ กราฟฟิคโรงพิมพ์เปิดไฟล์มาร้องว้าวเลยนะ พร้อมปรบมือปาดน้ำตาด้วยความปลื้มปริ่ม เพราะสามารถลดเวลาและขั้นตอนที่ต้องส่งไฟล์งานกลับไปแก้ไปๆมาๆไปได้เยอะเลย รับรองงานเดินไวขึ้นแน่นอน ลองดูนะคะ